Thai Blind Info

แหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคนตาบอดและผู้พิการทางสายตา

“ช่วยอ่านหน่อยนะ” กลุ่มบนเฟซบุ๊กสำหรับอาสา (ตา) ดีๆ เพื่อคนตาบอด

| 0 comments

ปัญหาการรับรู้ข้อมูลของคนตาบอดอย่างหนึ่งก็คือ “รูปภาพ” แม้ว่าเราจะสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ด้วยการอ่าน (ฟังโปรแกรมอ่านจอภาพ) ก็ตาม แต่ข้อมูลเหล่านั้นก็จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของตัวหนังสือ และเป็น digital format ที่โปรแกรมอ่านจอภาพสามารถเข้าถึงได้

ซึ่งแน่นอนว่าในชีวิตประจำวัน สื่อส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของ digital format ทำให้คนตาบอดไม่สามารถเข้าถึงสื่อเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นฉลากผลิตภัณฑ์, วันหมดอายุ, ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ฯลฯ แต่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล เครือข่ายสังคมก็กว้างขวาง ก็ย่อมมีหลากหลายวิธีที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้คนตาบอดสำหรับปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

เพียงแค่ผู้พิการทางสายตา ถ่ายรูปแล้วอัพโหลดขึ้น เฟสบุ๊คกรุ๊ป “ช่วยอ่านหน่อยนะ (Eyes for the Blind)” เหล่าผู้มีจิตอาสาจะเขียนคำอธิบายโพสกลับไปให้ทันที คนตาบอดมักประสบปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะที่มาในรูปแบบของ ภาพ jpg pdf เอกสารต่างๆ ใบเสร็จรับเงิน ซื้อสินค้า ฉลากยา เป็นต้น กลุ่มนี้จะมีอาสาสมัครคอยเป็นตาให้ท่านอยู่ตลอดเวลาครับ (คนตาบอดจำนวนมากใช้ Facebook ได้คล่องครับ)

นี่คือคำอธิบายจากกลุ่มบนเฟซบุ๊ก “ช่วยอ่านหน่อยนะ” ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือระหว่างคนตาบอดกับอาสาสมัคร โดยหลักการก็มีง่ายๆ คืออาสาสมัครจะมีหน้าที่เป็น “ดวงตา” ให้คนตาบอด โดยการดูรูปที่คนตาบอดที่ต้องการความช่วยเหลือจะโพสต์ลงมาในหน้าวอลล์ของกลุ่มนี้ แล้วคอมเมนต์ตอบหรืออธิบายสิ่งที่อยู่ในภาพลงไป

วิดีโอสอนอัพโหลดรูปภาพขึ้นเฟซบุ๊กกลุ่ม “ช่วยอ่านหน่อยนะ”

อันที่จริงแนวคิดนี้ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก (แต่อาจจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย) เพราะการให้คนสายตาปกติเข้ามาช่วยเหลือ “เป็นตาแทน” ให้คนตาบอดนี้ ก็มีกันมานานพอสมควรแล้ว ผ่านการใช้แอปบนสมาร์ตโฟน อย่างเช่นแอป MySmartEye ที่มีทั้งบน Android และบน iOS ซึ่งจะบอกว่ากลุ่ม “ช่วยอ่านหน่อยนะ” ลอกแนวคิดจากแอปตัวนี้มาก็น่าจะได้ เพียงแต่เปลี่ยนศูนย์กลางการเชื่อมต่อจากแอปมาเป็นกลุ่มบนเฟซบุ๊ก หรืออย่างแอป LendAnEye (Volunteer) ก็เป็นอีกแนวคิดที่ให้อาสาใช้วิดีโอคอลเข้ามาเป็นตาให้คนตาบอด ในโอกาสต่างๆ ที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

ดังนั้นหากมีนักพัฒนาท่านใดเข้ามาอ่าน แล้วสนใจอยากจะพัฒนาแอปที่เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือคนตาบอดในแนวคิดคล้ายๆ กันนี้ ก็ลองสอบถามไปในกลุ่ม “ช่วยอ่านหน่อยนะ” ดูก็ได้นะครับ 🙂

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันอีกจำนวนหนึ่งที่จะช่วยให้คนตาบอดสามารถแก้ไขปัญหาทำนองนี้ได้ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชัน TapTapSee ทั้งบน Android บน iOS ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยี OCR และ image processing เข้าด้วยกัน และทำให้แอปนี้สามารถระบุประเภท สีสัน หรือแม้แต่ชื่อแบรนด์ และตอบกลับมาให้ผู้ใช้ทราบละเอียดของวัตถุต่างๆ ได้ อย่างไม่น่าเชื่อ (แอปนี้สามารถทดลองใช้ฟรีได้เป็นจำนวน 20 ครั้ง จากนั้นหากผู้ใช้ต้องการใช้งานต่อก็จะต้องจ่ายเงิน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ราวๆ ครั้งละ 3 บาท)

หรือจะเป็นแอปในอีกหนึ่งแนวคิดอย่าง The vOICe ซึ่งใช้แนวคิดว่า “มองด้วยเสียง” โดยเมื่อนำกล้องไปส่องกับวัตถุที่มีพื้นผิวหรือมีความต่างของแสงสว่าง แอปก็จะส่งเสียงที่แตกต่างกันออกมา (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ The vOICe ซึ่งอีกความสามารถของแอปนี้ก็คือการสามารถบอกสีสันของวัตถุที่กล้องโฟกัสอยู่ได้ แต่ความแม่นยำก็ต้องถือว่าไม่มากเท่าไหร่ และถ้าจะเน้นที่การระบุสีแล้ว ก็ยังมีแอปอย่าง Color ID ทั้งบน Android และบน iOS เป็นตัวเลือกอีกเช่นกัน